โรงเรียนบ้านกล้วย

หมู่ 2 บ้านกล้วย ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228666

There will be no more tears (จะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป)

There will be no more tears (จะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป)

จะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป

 

จะไม่มีน้ำตาอีกต่อไป ในชีวิตเรา เราก็เจอมาหลายอย่าง ( ในความคิดเรานะ ) เราเคยเจอครูซ้อมตอนอยู่อนุบาล เราจำไม่ค่อยได้

ความทรงจำมันเลือนรางเหมือนความฝัน เราไม่แน่ใจว่าที่เราจำได้ว่ามันเป็นความจริงหรือความฝัน

 

จำได้ว่าถูกทำร้ายแบบไม่คุ้มค่าเทอม25,000 ที่จ่ายไปเลย

 

ถูกด่าว่าว่าโง่งี่เง่ากับทุกอย่างที่ทำผิดแม้กระทั่งทำไมโลหกรดเสื้อ(คุณจะเอาอะไรกับเด็กสองขวบคะ)

พอโตขึ้นมาหน่อย ชั้นประถมเรามีสิวเต็มหน้าเพราะหน้ามัน ดัดฟัน และใส่แว่น เราบ้าเรียนมาก แน่นอนเราโดนล้อ พอขึ้นมัธยม

 

เราก็ดันได้ไปอยู่ห้องเดียวกับจอมหาเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าจอมหาเรื่องนั่นก็มาหาเรื่องเราเวลาไปรายงานอาจารย์ว่าเขาโดดเรียน

(ก็เราเป็นหัวหน้าห้องอ่ะมันเป็นหน้าที่) พอได้ไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกา

 

เรานึกว่าความโชคร้ายจบลงแล้ว แต่ดันได้host familyที่มีปัญหาการเงินอีก (เลี้ยงตัวเองยังแทบไม่ไหว แล้วจะเอาเราไปทำไม)

ในขณะที่เพื่อนๆแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่จะได้ host familyรวยๆกัน เราแทบจะอดตายไม่ได้กลับเมืองไทย

 

พอกลับมาระบบเอนทรานซ์ที่ใช้มาเป็นร้อยปีแล้วมั้ง ดันเปลี่ยนเป็น O-Net A-Net ทำให้เกรดเราเข้าคณะที่เราอยากเข้าไม่ได้

เพราะการจะเข้าคณะนี้ไม่เคยต้องการเกรดศิลปะ แต่ปีที่เราจะเข้าดันต้องการ (ซึ่งแน่นอนเราไม่มีเกรดศิลปะ)เราโดนตัดสิทธ์หมดกับคณะที่เราอยากจะเข้ายกเว้นภาคภาษาอังกฤษ 

 

  ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นความโชคร้ายที่เราเคยเจอ แต่เรา มีสุภาษิตส่วนตัวว่า “Nana korobi, ya oki”

หรือแปลว่า “ถ้าล้มเจ็ดครั้งลุกให้ได้แปดครั้ง” 

 

(คุณโยชิกิวง X-Japan นั่นแหล่ะ เป็นคนพูด และเป็นตัวอย่างด้วย จำประวัติวงX-Japanยาวยืดที่เราเคยเล่าให้ฟังได้มั้ย) แต่ขอโทษนะคะคุณโยชิกิคราวนี้เราลื่นแล้วคงสะดุดลื่นตกเขาไปด้วย…เราลุกไม่ขึ้นจริงๆ

   ต่อจากตอนที่แล้ว เราตกใจมากที่อยู่ดีๆเราเขียนไม่ได้ ความจริงเราก็รู้สึกมือมันอ่อนแรงมานานแล้ว (ตั้งแต่ฝึกงานแล้ว) แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเขียนไม่ได้

 

 เรามองหน้าอาจารย์ เราหวังว่าถ้าอาจารย์b ลุกขึ้นมาถาม และอาจเกิดบทสนทนานี้ขึ้น

(ขอโทษนะคะที่บทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษเป็นชาวต่างชาติ)

 

อาจารย์b: Are you ok?

เรา: I am sorry I don’t know  what happen, but i can’t write anymore

 

อาจารย์b: Listen you seems lost and I don’t want to see you fall to the point of depression (ความจริงก็เป็นซึมเศร้าไปแล้ว).

You just ill and it is not fair for you if I write F in your paper just because your brain prevents you to write.

 

I did some research a little bit about your illness you seems to have a brain lesion (รอยโรค)

at brain stem (ก้านสมอง)…and doctor may told you already it is the most dangerous area if operate…sometimes

 

life may be like falling down the hill or drowning young girl, but one day it will be over.   Nothing stays forever.

เรา: But I just don’t know what to do anymore

 

อาจารย์a: You can’t write at all? Try writing a little bit, if you really can’t just hand me the 

paper.  I promise I won’t give you F

 

(แปลสั้นๆ คืออาจารย์bคงตกใจที่เราเขียนไม่ได้ และคงปลอบใจยาวยืดที่เราเขียนนั่นแหล่ะ และเขาจะไม่ให้เราตก)

  บทสนทนาข้างบนเป็นเพียงความฝันค่ะ มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง ตอนนั้นเราคิดว่าคนทุกคนบนโลกไม่เข้าใจว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร

 

   เราพยายามเขียนทุกข้อทั้งน้ำตา เราส่งข้อสอบที่ลายมือห่วยมากให้อาจารย์b เราคิดว่าอาจารย์bดูลายมือเราก็แทบจะรู้แล้วมั้ง

ว่าแล้วเกิดอะไรขึ้น เพราะ หน้าแรกๆยังดีๆอยู่ หน้า3-4แทบไม่เป็นภาษาเลยอาจารย์bลูบหัวและพูดกับเราว่า

 

“Time is too short.  Don’t waste it with regret.”

(เวลาชีวิตคนเรานั้นสั้น อย่าเอาเวลาไปเสียกับการนั่งเสียใจ)

ใช่ เราควรเข้มแข็งขึ้น น้ำตาครั้งนี้เราอยากให้เป็นครั้งสุดท้าย!

 

Book