โรงเรียนบ้านกล้วย

หมู่ 2 บ้านกล้วย ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228666

พิชิตตะวันตก

พิชิตตะวันตก

พิชิตตะวันตก

 

พิชิตตะวันตก แม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ในช่วงสั้นๆ แต่ความทุกข์ยากลำบาก และการต่อสู้ดิ้นรนของคนยุคนั้นในการเดินทางไปทางตะวันตกเพื่อบุกเบิกและสร้างบ้านสร้างเมืองด้วยการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ทั้งธรรมชาติที่โหดร้าย คนชั่วร้ายและอินเดียน

ก็เป็นเหตุการณ์ที่มีความประทับใจและความสะเทือนใจไปพร้อมๆกัน ภาพยนตร์เรื่องพิชิตตะวันตกหรือ How the West was Won เป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ถ่ายทอดภาพความยากลำบากในยุคนั้นอย่างชัดเจนโดยเรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เป็นฉากๆไป

แม่น้ำ (1839)

คนภูเขาไลนัส รอว์ลิ่งส์ (Linus Rawlings) กำลังเดินทางโดยม้าและแพไปทางแม่น้ำผ่านภูเขา เขาพบกับชนพื้นเมืองอเมริกันกลุ่มหนึ่ง ขณะเดียวกันนั้น เซบูลอน เพรสครอทท์ (Zebulon Prescott) และครอบครัวของเขาออกเดินทางไปทิศตะวันตกผ่านคลองอีรี “ตะวันตก”

ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำโอไฮโอทางตอนใต้ของรัฐอิลลินอยส์ ระหว่างการเดินทางพวกเขาพบกับรอว์ลิงส์ซึ่งกำลังเดินทางไปทางตะวันออกไปยังพิตต์สเบิร์กเพื่อแลกเปลี่ยนขนสัตว์ของเขา                

อีฟ เพรสครอทท์ (Eve Prescott) ลูกสาวของเซบูลอนและไลนัส รอว์ลิ่ง ต่างดึงดูดกันและกัน  แต่ไลนัสยังไม่พร้อมที่จะลงหลักปักฐานจึงจากไป

ไลนัสเดินทางต่อมาที่ท่าค้าขายที่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่ง ดำเนินการโดยกลุ่มโจรแม่น้ำที่นำโดย “ผู้พันอลาบามา” เจบ ฮอว์กินส์ (Jeb Hawkins)

ไลนัสถูกดอร่า ฮอว์กินส์ (Dora Hawkins) ลูกสาวจอมยั่วยวนของเจบพาเข้าไปในถ้ำ โดร่าแทงเขาที่ด้านหลังและผลักไลนัสตกลงไปในหลุมลึก แต่ไลนัสก็ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเขาว่ายน้ำออกมาได้และมาช่วยครอบครัวเพรสคอตต์จากชะตากรรมที่คล้ายคลึงกันจากพวกของเจบ ฮอว์กินส์ พวกโจรซึ่งหนึ่งในนั้นคือดอร่า ฮอว์กินส์ถูกสังหารโดยไลนัส รอว์ลิงส์ 

หลังจากที่เซบูลอนสวดต่อพระเจ้าให้คนที่เสียชีวิตรวมทั้งพวกโจร แล้วคณะผู้ตั้งถิ่นฐานยังคงล่องแพไปตามแม่น้ำ แต่แพของพวกเขาติดอยู่ในน้ำเชี่ยว เซบูลอนและรีเบคก้า เพรสคอทท์ (Rebecca Prescott) ภรรยาของเขาจมน้ำเสียชีวิต ไลนัสพบว่าเขาไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอีฟ เขาจึงปรากฏตัวอีกครั้งและแต่งงานกับเธอ อีฟยืนยันที่จะพักอาศัยในจุดที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต

พื้นที่ราบ (1851)

ลิลิธ เพรสคอทท์ (Lilith Prescott) น้องสาวของอีฟ เลือกที่จะกลับไปทางตะวันออก แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี เธอก็ไปที่เมืองเซนต์หลุยส์ซึ่งเธอและคณะของเธอได้รับการว่าจ้างให้แสดงที่ Music Hall เธอดึงดูดความสนใจของนักพนันมืออาชีพคลีฟ แวน วาเลน (Cleve Van Valen)

หลังจากคลิฟได้ยินว่าลิลิธเพิ่งได้รับมรดกเหมืองทองในแคลิฟอร์เนียและเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายหนี้ของเขาให้กับนักพนันอีกคน คลีฟเข้าร่วมขบวนเกวียนเพื่อขอพาเธอไปที่แคลิฟอร์เนีย นายเกวียนชื่อ โรเจอร์ มอร์แกน (Roger Morgan) และเขาจ้องขอแต่งงานกับลิลิธไปตลอดทาง แต่เธอก็ปฏิเสธทั้งสองคน ทำให้เพื่อนร่วมเดินทางของเธออกาธ่า เคลจจ์ (Agatha Clegg) ซึ่งกำลังหาสามีสักคนผิดหวังในตัวเธอ

ต่อมาขบวนเกวียนถูกโจมตีโดยอินเดียนเผ่าไซแอนน์ (Cheyennes) เมื่อรอดจากการโจมตีของไชแอนส์  ลิลิธและคลีฟมาถึงเหมืองเพียงเพื่อพบว่ามันไร้ค่า

คลีฟจากไป ลิลิธกลับไปทำงานในโรงเต้นรำในแคมป์ โดยอาศัยอยู่บนเกวียนที่มีหลังคาคลุม มอร์แกนพบเธอและขอแต่งงานอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอบอกเขาว่าไม่มีวัน

ต่อมาลิลิธไปร้องเพลงในร้านแสดงดนตรีของเรือโดยสารในแม่น้ำ บังเอิญคลีฟเป็นผู้โดยสารคนหนึ่ง เมื่อเขาได้ยินเสียงของลิลิธ

เขาก็ออกจากโต๊ะเล่นโป๊กเกอร์เพื่อพบเธอและเสนอให้เธอรู้ถึงโอกาสที่รออยู่ในเมืองซานฟรานซิสโกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เธอยอมรับข้อเสนอของเขา

สงครามกลางเมือง (1861–1865)

ไลนัส รอว์ริ่ง เข้าร่วมกองทัพในฐานะกัปตันในสงครามกลางเมืองอเมริกา แม้จะได้รับการคัดค้านจากอีฟ แต่เซ็บ รอว์ลิ่ง (Zeb Rawlings)

ลูกชายของพวกเขาก็กระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมเช่นกันเพื่อมองหาเกียรติยศและเซ็บเองก็ต้องการหนีจากการทำฟาร์ม โดยสิบเอก ปีเตอร์สัน (Corporal Peterson)

 

ยืนยันว่าความขัดแย้งจะมีอยู่อีกไม่นานนัก สมรภูมิเลือดที่ไชโลห์ (The Bloody Battle of Shiloh) แสดงให้เซ็บเห็นว่าสงครามไม่เหมือนที่เขาคิดไว้

และเขาไม่ทราบว่าพ่อของเขาเสียชีวิตที่นั่น แต่หลังจากนั้นเซ็บก็เข้าร่วมกองทัพอีกครั้ง

 

เมื่อสงครามสิ้นสุดลงเซ็บกลับบ้านในฐานะนายทหารเพื่อจะพบว่าแม่ของเขาเสียชีวิตแล้ว เธอสูญเสียความตั้งใจที่จะมีชีวิตอยู่หลังจากรู้ว่าไลนัสถูกฆ่า

เซ็บมอบส่วนแบ่งในฟาร์มของครอบครัวให้กับพี่ชายของเขาซึ่งพอใจที่จะเป็นชาวนาต่อไป ส่วนเซ็บออกเดินทางเพื่อค้นหาชีวิตใหม่

ทางรถไฟ (1868)

หลังการเกิดขึ้นของบริการไปรษณีย์ Pony Express และการก่อสร้างสายโทรเลขข้ามทวีป ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1860 เกิดการก่อสร้างทางรถไฟสองสายที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ทางรถไฟสายแปซิฟิกกลางและทางรถไฟสายยูเนียนแปซิฟิก เส้นทางหนึ่งไปทางทิศตะวันตกและอีกเส้นทางไปทางตะวันออก เป็นการเปิดดินแดนใหม่ให้กับผู้แสวงหาถิ่นฐานที่มีความกระตือรือร้น

 

เซ็บกลายเป็นผู้หมวดในกองทหารม้าของสหรัฐฯ ทำหน้าที่คุ้มกันทางรถไฟ เขาพยายามรักษาความสงบสุขกับชาวอินเดียนพื้นเมืองด้วยความช่วยเหลือของเจธโร สจวร์ต (Jethro Stuart)

นักล่าควายเพื่อนเก่าของไลนัสพ่อของเซ็บ เมื่อไมค์ คิง (Mike King) ชายผู้โหดเหี้ยมเจ้าของสัมปทานทางรถไฟละเมิดสนธิสัญญากับอินเดียนโดยสร้างทางรถไฟล้ำเข้าไปในดินแดน

 

ซึ่งเป็นเขตคุ้มครองของชนเผ่าอราปาโฮส (Arapahos) ชนเผ่าอินเดียนตอบโต้ด้วยการส่งฝูงควายวิ่งผ่านค่ายของเขา คนจำนวนมากรวมทั้งผู้หญิงและเด็กเสียชีวิต

เซ็บลาออกและมุ่งหน้าไปแอริโซนาด้วยความเหนื่อยหน่าย

 

พวกนอกกฎหมาย (1889)

ในซานฟรานซิสโกลิลิธผู้เป็นม่ายเปิดประมูลขายทรัพย์สินของเธอ (ที่คลีฟและเธอสร้างไว้) เพื่อชำระหนี้ของเธอ หลังการขายทรัพย์สินเธอเดินทางไปแอริโซนาเพื่อขอให้เซ็บและครอบครัวช่วยดูแลทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของเธอซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์

เซ็บซึ่งปัจจุบันเป็นนายอำเภอและจูลี่ ภรรยาของเขาและลูก ๆ พบกับลิลิธที่สถานีรถไฟโกลด์ซิตี้ อย่างไรก็ตามเซ็บก็พบศัตรูเก่าที่นั่นเช่นกัน เขาคือชาร์ลี แกนท์ (Charlie Gant)

ซึ่งเป็นพวกนอกกฏหมาย เซ็บเป็นคนฆ่าพี่ชายของแกนท์ในการดวลปืน เมื่อแกนท์คุกคามเซ็บและครอบครัวของเขา เซ็บก็หันไปหาเพื่อนของเขาลู แรมซีย์ (Lou Ramsey)

 

นายอำเภอของโกลด์ ซิตี้ แต่แกนท์ไม่ต้องการสิ่งใดในดินแดนนั้น แรมซีย์จึงไม่สามารถทำอะไรได้

เซ็บตัดสินใจว่าเขาต้องลงมือด้วยตัวเองแทนที่จะรอให้แกนต์มาเล่นงานเขาในอนาคต เซ็บสงสัยว่าแกนต์วางแผนที่จะปล้นทองคำขนาดใหญ่ที่ขนส่งโดยรถไฟ

 

เขาจึงเตรียมการซุ่มโจมตีด้วยความช่วยเหลืออย่างไม่เต็มใจนักของแรมซีย์ แกนต์และแก๊งของเขาถูกสังหารในเหตุการณ์วันนั้น และส่งผลให้รถไฟตกราง ในท้ายที่สุดลิลิธและครอบครัวรอว์ลิ่งส์ ก็เดินทางไปบ้านใหม่โดยสวัสดิภาพ  

ภาพยนตร์เรื่องพิชิตตะวันตกเป็นภาพยนตร์ของเอ็มจีเอ็มสตูดิโอ สร้างในปี 1962 จากนวนิยายเรื่อง How the West was Won ของหลุยส์ ลามูร์ (Louis L’amour) กำกับการแสดงโดย  เฮนรี่ แฮทธะเวย์ (Henry Hatthaway), จอห์น ฟอร์ด (John Ford) และจอร์จ มาร์แชลล์ (George Marshall) 

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย เจมส์ สจ๊วต (James Steward) เป็นไลนัส รอว์ลิ่ง,       คาร์รอลล์ เบเกอร์ (Carroll Baker) เป็นอีฟ เพรสครอทท์ รอว์ลิ่ง,เด็บบี้ เรย์โนลดส์ (Debbie Reynolds) เป็นลิลิธ เพรสคอทท์ แวน วาเลน, เกรกอรี่ เป็ค (Gregory Peck) เป็นคลีฟ แวน      วาเลน และจอร์จ เพพพาร์ด (George Peppard) เป็นเซ็บ รอว์ลิ่ง   

 

ภาพยนตร์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมหากาพย์ตะวันตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้านรายได้และได้รับรางวัลออสการ์ 3 รางวัลในปี 1963