โรงเรียนบ้านกล้วย

หมู่ 2 บ้านกล้วย ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228666

เกือบตายเพราะโดนทำของ

เกือบตายเพราะโดนทำของ

โดนทำของ

 

โดนทำของ เราขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับการทำของที่ เจอมากับพี่สาวของเราเอง เรื่องมีอยู่ว่าพี่แพรที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเราเป็นผู้หญิงหน้าตาดี นิสัยดีเป็นมิตรกับทุกคน มีคนรู้จักค่อนข้างเยอะคนที่อยากเข้าหาพี่แพรก็เยอะเช่นเดียวกัน และก็ไม่แปลกที่จะมีผู้ชายหลายคนมาหมายปองพี่แพร ส่วนมากจะเป็นคนรวยมีเงินทอง มีรถขับกันทั้งนั้นแต่พี่แพรเองก็ไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษแต่มีผู้ชายอยู่คนนึงที่มีอายุใกล้เคียงกับพี่แพรชื่อว่าพี่พล แกเป็นคนธรรมดาดู

แล้วแทบจะไม่มีอะไรเลย รถก็มีแค่มอเตอร์ไซค์เก่าๆคันเดียวการแต่งตัวก็ธรรมดามากๆ ผิดกับคนอื่นๆที่มักจะใส่ของดีๆ มียี่ห้อกันเป็นส่วนใหญ่ คนส่วนมากที่เข้ามาพี่แพรจะแนผู้ชายมีอายุแต่ไม่ถึงกับแก่มากนักแค่ดูแก่กว่าพี่แพร เรื่องที่เราจะเล่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่ที่ชื่อพลนี่แหละ เพราะตอนแรกๆก็เหมือนว่าพี่แพรจะไม่ได้สนใจอะไรใครเลยรวมถึงพี่พลด้วย แต่หลังจากที่พี่แพรรู้จักกับพี่พลได้ประมาณสามเดือน ดูเหมือนพี่แพรจะให้ความ

สำคัญกับพี่พลมากเกินกว่าคนอื่นๆ เราเห็นแล้วยังงงเลยว่าเป็นไปได้ยังไง ทั้งโทรศัพท์คุยกันแบบกระหนุงกระหนิงอย่างกับเป็นแฟนกัน บางทีก็ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆนั่นแหละมารับพี่แพร เราพยายามคิดว่าอาจจะมีความชอบพอกันแต่คิดดูหลายครั้งไม่น่าจะเป็นไปได้ คือพี่แพรมีตัวเลือกเยอะแต่ไม่น่าจะเลือกพี่พลได้

มีอยู่ช่วงนึงที่เราเริ่มรู้สึกว่าพี่แพรดูแปลกไปไม่เหมือนพี่แพรคนเดิมเริ่มบอกเราว่าคิดถึงพี่พลไม่เห็นมาหาเลย ตอนนั้นเหมือนพี่พลกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดซึ่งจริงๆพี่พลชวนพี่แพรไปด้วยแต่แม่ของพี่แพรและคนที่บ้านเราไม่ยอมให้ไป ไม่อยากให้ไปกันสองต่อสอง พี่แพรก็เหมือนจะดื้อไปแต่พอพี่พลพูดกับพี่แพรว่าไปแค่สองอาทิตย์เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ดูพี่แพรจะเชื่อคำพูดของพี่พลมากๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่าพี่แพรเชื่อสิ่งที่พี่พลบอกทุกอย่าง

ว่านอนสอนง่ายมากๆ ยายเราก็เริ่มสงสัยดูจากพฤติกรรมของพี่แพรยายเลยถามเราว่าพี่พลเป็นคนที่ไหนเราเลยบอกยายไปว่าพี่พลเป็นคนสุรินทร์แต่เราก็ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมาก ระหว่างนั้นพวกผู้ชายคนอื่นก็ยังมาแวะเวียนหาพี่แพรอยู่บ้างแต่พี่แพรคุยด้วยนิดๆหน่อยๆก็ไม่สนใจคนพวกนั้นแล้ว แต่พยายามจะติดต่อพี่พลอยู่ตลอดพอเวลาผ่านไปได้สักหนึ่งอาทิตย์ พี่แพรก็มาขอที่บ้านเพื่อจะนั่งรถไปหาพี่พลที่สุรินทร์ยายกับแม่ของพี่แพร

รู้สึกผิดสังเกต จริงๆก็สงสัยกันทั้งบ้านแหละว่าทำไมพี่แพรถึงเป็นได้ขนาดนี้ แล้วสุดท้ายพี่แพรก็นั่งรถทัวร์ไปที่สุรินทร์ซึ่งพี่พลบอกว่าจะไปรอรับอยู่ที่ท่ารถ พี่แพรบอกเราว่าจะไปหาพี่พลแต่บอกกับที่บ้านว่าไปต่างจังหวัดกับเพื่อน แกขอเราไว้ว่าอย่าบอกที่บ้าน เรากับพี่แพรค่อนข้างสนิทกันคือเอาจริงๆเราเข้าใจได้นะกับการที่จะไม่บอกที่บ้านถ้าจะมีแฟนแต่เราก็รู้สึกว่าทำไมถึงสนใจคนนี้ทั้งที่ดูแล้วไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ

พี่แพรเงียบหายไปประมาณเกือบหนึ่งอาทิตย์หลังจากบอกว่าจะไปหาพี่พลที่สุรินทร์แล้วแกก็โทรมาบอกว่าจะไม่กลับบ้านแล้วตัดสินในจะอยู่กินกับพี่พลที่นั่นเลย เราแบบร้องออกมาเสียงดังเลยจนแม่กับยายได้ยินมาเค้นถามเราใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราเล่าให้ยายกับแม่ฟังทุกคนลงความเห็นว่าพี่แพรน่าจะโดนของเพราะพอโทรไปคุยเจรจาว่ายังไงขอให้กลับมาบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกัน แต่บอกยังไงขอร้องยังไงพี่แพรก็ไม่ยอมกลับมาบอกแค่

ว่าจะอยู่ที่นั่นท่าเดียว บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงพี่พลดูแลดีทุกอย่าง หลังจากนั้นทางบ้านเราก็พยายามสืบหาว่าบ้านของคนที่ชื่อพลอยู่ที่ไหน ทั้งแกล้งโทรไปหลอกถามพี่แพรต่างๆ จนสุดท้ายพอจะรู้ที่อยู่ของพี่พลและก็เตรียมเดินทางไปโดยมีลุงของเราขับรถพาแม่กับยายและเราไป ระหว่างการเดินทางเหมือนจะมีอุปสรรคตลอดทางทั้งยางแตกต้องรอเรียกช่างมาเปลี่ยน รถเกือบชนตอนเดินทาง และสตาร์ทไม่ติดอยู่สักพัก จนลุงเราบอก

ว่านี่ตั้งใจจะไปช่วยหลานและลุงเราก็มั่นใจว่าพี่แพรน่าจะโดนทำของใส่แน่ๆ ระหว่างทางเราพยายามโทรหาพี่แพรแต่ก็ไม่รับสายเลยจนมีอาจารย์ท่านนึงที่ทางบ้านเรานับถือโทรมาหาแม่เราระหว่างเดินทาง ท่านทักว่าให้ไปถึงที่สุรินทร์ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้นไม่อย่างนั้นพี่แพรอาจตายได้และบอกแม่เราว่าให้พกตะกรุดที่ท่านเคยให้เอาไว้ พอเจอพี่แพรให้เอาตะกรุดไปแกว่งในน้ำเอาให้พี่แพรกินและล้างหน้าล้างตัวพี่แพรด้วยจะได้เบาลง แม่

เราบอกว่าอาจารย์ท่านทักตรงทุกอย่าง พูดถึงแม้กระทั่งลักษณะของคนที่ชื่อพล และยังบอกอีกด้วยว่าเขาทำของใส่พี่แพรหนักมากจนตอนนี้เหมือนว่าร่างกายพี่แพรจะรับไม่ไหวต้องรีบไปช่วย ยายเรากังวลมากเลยบอกให้อาจารย์ช่วยเดินทางตามมาทีเพราะกลัวจะเกิดเหตุอะไรที่เกินกว่าจะแก้ได้ อาจารย์จะได้ช่วยไว้ได้ทัน ท่านก็ตกลงจะเดินทางตามมา พวกเราไปถึงบ้านของพี่พลประมาณสิบโมงเช้าเจอกับพี่แพรซึ่งสภาพดูแทบไม่ได้เลย

ซูบผอมแบบหน้าตาหมองๆ ตอนแรกเราก็ไม่อยากจะเชื่อเรื่องการทำของอะไรต่างๆแต่พอมาเจอพี่แพรเราเริ่มคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นจริง พี่แพรดูมีอาการสับสนพอเห็นยายนพี่แพรอยากจะวิ่งเข้ามาหาแต่ก็พูดออกมาว่าไม่ได้ๆห้ามเข้าใกล้ยาย แล้วก็พูดว่าให้ช่วยแพรด้วยแพรอยากกลับบ้าน มองดูเหมือนคนเสียสติเลย เราเห็นแม่ไปหากะละมังเล็กๆมาแล้วเอาตะกรุดมาแกว่งตามที่อาจารย์บอก แม่รีบเอาไปให้พี่แพรกินเราเห็นพี่แพรกินไปได้แค่

อึกเดียว พี่พลก็รีบวิ่งมาที่บ้านแล้วมาห้ามไม่ให้พวกเราใกล้พี่แพรแต่แม่เราไวกว่าเอาน้ำในกะละมังรดพี่แพรตั้งแต่หัวลงมาเลย แถมขวดน้ำที่เอาให้พี่แพรดื่มด้วยเรียกว่าแม่จัดการในชั่วพริบตา พี่แม่ร้องกรี๊ดเสียงดังอยู่สองครั้งและลุงเราเลยเข้าไปขวางพี่พลบอกว่าอย่ามาทำร้ายพี่แพรอีก พี่พลมองด้วยสายตาอาฆาตมากๆ พวกเรารีบเอาพี่แพรขึ้นรถแล้วโทรนัดอาจารย์ให้ตามมาดูพี่แพร ตอนนั้นพี่แพรคือเบลอมากเหมือนคนเสียสติพูดอะไร

แทบจะไม่รู้เรื่อง พออาจารย์มาท่านเอาน้ำมนต์ที่นั่งสวดมนต์อยู่หลายชั่วโมงให้พี่แพรกิน พี่แพรอ้วกออกมาเป็นของเสียเป็นเลือกและหนองกลิ่นคลุ้งไปหมด อาจารย์ท่านว่าถ้ามาช้ากว่านี้อาจจะไม่รอด ทุกวันนี้พี่แพรมีอาการดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ปกติบางครั้งก็มีนั่งเหม่อบ้างพวก้ราก็ค่อยๆรักษาอาการของแกไป