โรงเรียนบ้านกล้วย

หมู่ 2 บ้านกล้วย ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228666

เว็บบอร์ด

Please to create posts and topics.

รุ่นพี่

รุ่นพี่

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เราเรียนอยู่ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ปี1 เรียกว่าเพิ่งเข้าไปเรียนยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เราเรียนสายนาฏศิลป์ซึ่งตอนช่วงเช้าพอไปถึงโรงเรียนจะต้องไปเปลี่ยนจากกระโปรงนักเรียนไปนุ่งผ้าแดงที่ต้องพันเป็นโจงกระเบน แล้วขึ้นไปเรียนรำที่ชั้น

ดาดฟ้าทุกเช้า เรียนจนถึงตอนพักกลางวันแล้วถึงจะไปเข้าห้องเรียนวิชาการ เราเรียนอยู่ที่นี่ได้เทอมนึงแล้ว และช่วงปิดเทอมเราก็อยู่แต่บ้านอย่างเดียว แต่ก็มีเพื่อนในห้องบางคนชอบนัดกันไปเจอที่โรงเรียนเพื่อจะซ้อมรำ ถ้าเป็นโรงเรียนสายสามัญปกติก็

เรียกว่าเป็นการทบทวนบทเรียนอะไรประมาณนั้น แต่เราเองไม่ค่อยไปที่โรงเรียนเพราะบ้านเราอยู่ค่อนข้างไกลจากโรงเรียนพอสมควร แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปในช่วงปิดเทอมและก็เป็นวันที่เราจำได้ไม่มีวันลืมเลย  

 

วันนั้นที่เราไปที่โรงเรียนเพื่อซ้อมรำกับเพื่อนเพื่อนในห้อง พวกเราไปซ้อมกันที่ลานใกล้ใกล้อาคารเรียนดนตรีไทยเพราะว่าเป็นบริเวณที่ร่มที่สุดเท่าที่พวกเราจะหาได้ พวกเราที่ไปซ้อมในวันนั้นมีกันทั้งหมด 9 คน และเป็นผู้หญิง 5 คน ผู้ชาย 4 คน พวกผู้ชายจริงจริงแล้วเรียนวิชาเอกเป็นโขนแต่ตอนเรียนก็สามารถซ้อมไปด้วยกันได้อยู่ พวกเราคุยกันค่อนข้างเสียงดังพอสมควร

และก็มีกลุ่มอื่นอื่นมาซ้อมมานั่งเล่นภายในโรงเรียนเหมือนกัน เรานัดกันที่โรงเรียนช่วงบ่ายโมงซ้อมบ้างเล่นบ้าง จนเย็นประมาณห้าโมงครึ่งได้ ก็คุยกันไปเรื่อยเรื่อย ตอนนั้นเหมือนว่ามีคนปิดหน้าต่างบนอาคารเรียนที่เป็นอาคารของดนตรีไทยเสียงดังมากมาก เหมือนปิดสุดแรงเลยทำให้มีเสียงกระแทกดังจนพวกเราเงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมกันหมด แล้วเพื่อนในกลุ่มเราที่เป็นผู้ชายก็

พูดขึ้นมาว่า ปิดดังไปมั้ย ประสาท คือด้วยความเป็นคนปากไวของเพื่อนเราแต่จริงจริงแล้วมันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ เพื่อนเราจะออกสาวหน่อยหน่อยเวลาพูดเลยจะค่อนข้างแรง แล้วก็นั่งคุยกันต่อจนเริ่มมืด

แต่พวกเราก็คุยเสียงดังมากค่ะ แบบสนุกสนานกันไปตามประสา พอเริ่มเย็นมากขึ้นทุกอย่างในโรงเรียนก็เริ่มเงียบลง กลุ่มอื่นๆก็เริ่มทยอยกลับกันเราว่าตอนนั้นน่าจะเหลือแค่กลุ่มเรานี่แหละค่ะ เพราะไม่เห็นได้ยินเสียงจากคนอื่นเลย  

 

เพื่อนเราคนนึงก็พูดขึ้นมาว่าใครเคยได้ยินเรื่องผีที่โรงเรียนนี้บ้าง แล้วเพื่อนเราที่เป็นผู้ชายออกสาวก็พูดขึ้นมาว่า ผีบ้าผีบออะไรไม่มีหรอก อย่ามาปั่น คือเพื่อนเราพูดติดตลกแต่จะว่าลบหลู่ก็ได้ แล้วพวกเราก็ได้ยินเสียงหน้าต่างปิดกระแทกสองครั้ง ซึ่งตอนนั้นเพื่อนเราที่เป็นผู้ชายออกสาวก็ยังพูดอีกว่า เอาอีกแหละไม่กลับบ้านกลับช่องหรือไงอิคนข้างบนหนะ คราวนี้มาเป็นเพลงเลยค่ะ มีเสียงระนาดดังขึ้นมาแบบกะทันหันจนพวกเราทั้ง 9 คนนั่งมองหน้ากัน แต่พอมองขึ้นไปที่คาดว่าน่าจะเป็นต้นเสียงของ

หน้าต่างที่ปิดเรากลับเห็นแสงไฟอยู่แค่ห้องนั้นห้องเดียว แต่พอมองไปตรงประตูที่จะขึ้นไปบนตึกมันกลับถูกล็อกเอาไว้แล้ว แล้วหน้าต่างข้างบนก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อนเราคนนึงพูดขึ้นมาว่าประตูล็อกแล้วขึ้นไปได้ยังไง เพราะเห็นล็อกตั้งแต่ตอนมาแล้ว เพื่อนที่ปากไวไวอีกคนก็บอกว่าติดอยู่บนตึกตายห่าไปแล้วมั้ง คือพอจบคำพูดของเพื่อนคนนั้นก็มีเสียงกรี๊ดดังขึ้นมาจากตึกดนตรีไทย

คือมันหลอนมากมากค่ะตอนนั้น แล้วหลังจากเสียงกรี๊ดก็มีเสียงระนาดดังขึ้นมาอีกแต่เหมือนเป็นการตีแบบตีมั่วๆฟังไม่เป็นเพลง เหมือนคนที่ตีตีเพื่อระบายอารมณ์อะค่ะ เหมือนกับว่าเขาโกธรแล้วระบายออกมาทางดนตรี ตอนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากพวกเรามองหน้ากันแล้วก็วิ่งออกมาจากโรงเรียนทั้งกลุ่ม วิ่งออกมาตรงหน้าประตูโรงเรียนแบบพร้อมเพรียงกันเลยค่ะ แล้วเพื่อนเราที่

เป็นสาวสองก็พูดขึ้นมาว่ามากันครบมั้ยวะ แล้วก็นับค่ะนับเลขจำนวนเพื่อนนี่แหละปรากฏว่าเพื่อนเรานับได้ 10 คน ตอนนั้นเราว่ามันอาจจะตื่นเต้นหรือกำลังตกใจเลยนับผิดนับถูก เราเลยบอกว่ามานี่เดี๋ยวนับเองนับยังไงให้เกิน เรายังแอบหันไปบ่นมันเลยค่ะ แต่พอเรานับเองก็ได้สิบคน เราเลยเริ่มเอะใจแล้วเพื่อนเราคนที่วิ่งมาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มเลยบอกว่ามีนักเรียนผู้หญิงวิ่งมา

ด้วยอีกคนยืนอยู่ข้างข้างมันนี่ไง แต่พอพวกเราหันกลับไปมองก็ไม่เห็นใคร เพื่อนเรายังยืนยันว่านักเรียนหญิงที่วิ่งมาพร้อมกันยืนอยู่ตรงนั้น เราเดินไปหาเพื่อนเราแล้วบอกว่าละเมอเหรอไม่มีใครจริงๆ แล้วพอนับกันใหม่อีกรอบก็ได้แค่เก้าคน เพื่อนเราหันไปมองข้างข้างแล้วทำหน้าแบบตกใจมาก เพื่อนเรามันกลัวมากแล้วบอกว่าให้รีบไปจากตรงนี้ สุดท้ายเราเลยวิ่งขึ้นรถเมล์แล้วคุยกัน

ว่าเห็นอะไร เพื่อนบอกว่าเด็กนักเรียนผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้มันแล้วทำหน้าเหมือนโกธรมาก แล้วตอนที่เราเดินไปเด็กผู้หญิงคนนั้นพูดกับเพื่อนเราว่า เพื่อนมึงไม่เห็นกูหรอก แล้วภาพที่เพื่อนเราเห็นคือดินไปแล้วซ้อนกับผู้หญิงคนนั้น เหมือนเราเดินทะลุเด็กนักเรียนผู้หญิงคนนั้นไปเลยอะค่ะ เพื่อนเราเลยตกใจมาก  

 

พวกเราแยกย้ายกันกลับบ้านแล้วก็มาเจอกันในวันเปิดเทอมซึ่งหลังจากเหตุการณ์วันนั้นแค่ประมาณสี่วันได้ แล้วพอมาเจอกันก็มีการพูดคุยในกลุ่มเพื่อนถึงเรื่องที่พวกเราเจอวันนั้น พวกเราเลยตกลงกันว่าจะลองไปที่ห้องสมุดเพื่อจะไปค้นหนังสือรุ่นดูกัน

เพราะพวกเราเข้าใจแล้วว่าเด็กนักเรียนผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนแน่นอน พอพวกเราช่วยกันค้นดูก็เจอจริงๆค่ะ เป็นรุ่นพี่ที่เข้ามาก่อนพวกเราสามปี เพื่อนที่เห็นเด็กคนนั้นยืนข้างข้างยืนยันว่าใช่คนนี้แน่นอน พวกเราเลยยืมหนังสือเล่มนี้ออกมาจากห้องสมุด แล้ว

เอาหนังสือรุ่นไปถามลุงยามที่โรงเรียนเพราะลุงแกรู้จักพวกเราเพราะกลุ่มพวกเราชอบกลับบ้านกันเย็นแกก็จะชอบมาไล่ให้กลับบ้าน พอลุงยามแกเห็นหน้าของเด็กคนนั้นแกก็ตกใจเลยค่ะ แล้วถามว่าไปเอารูปมาจากไหนยังไง ทำไมถึงถามถึงเด็กคนนี้ พอ

พวกเราเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดลุงยามแกเลยบอกว่า เด็กคนนี้เคยเรียนที่นี่และตอนนั้นเป็นช่วงสอบดนตรีไทย เด็กคนนั้นจำโน้ตไม่ได้ก็อยู่ซ้อมจนเย็นอยู่หลายวันแล้วน่าจะเครียดอยู่ดีดีก็กรี๊ดขึ้นมาเสียงดังแล้วเอามีดคัตเตอร์ปาดคอตัวเองตายในห้องนั้น ลุงแกอยู่ในเหตุการณ์พอดี ซึ่งห้องนั้นที่ตึกดนตรีไทยปิดไม่ให้ใครเข้าไปตั้งแต่เกิดเรื่อง พวกเราก็ไม่เคยรู้เลยเพราะว่า

เราเรียนคนละตึกไม่เคยขึ้นไปที่ตึกดนตรีไทยเลย หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ค่อยอยู่จนเย็นมากเหมือนเมื่อก่อนเพราะไม่อยากเจออะไรแบบนั้นอีก

โรงเรียนบ้านกล้วย