โรงเรียนบ้านกล้วย

หมู่ 2 บ้านกล้วย ต.ป่าหวาย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228666

เว็บบอร์ด

Please to create posts and topics.

ไม่น่าทำแบบนี้เลย

ไม่น่าทำแบบนี้เลย

สวัสดีครับ ผมชื่อเอิร์ธ ผมจะมาเล่าประสบการณ์ของคนใกล้ตัวให้ฟัง เนื่องด้วยผมอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่คิดสั้น ทำร้ายตนเอง หรือใครที่มีคนในครอบครัวจากไปเนื่องจากโรคซึมเศร้า

ผมจะขอเท้าความก่อนว่า ตัวผมเองก็มีเรื่องแบบนี้จากคนใกล้ตัวเหมือนกัน ที่เขาเป็นโรคซึมเศร้าจนเขาตัดสินใจทำแบบนี้ขึ้น คนที่ทราบข่าวเรื่องที่เขาจบชีวิตลงก็ใจสลายไม่น้อยกว่ากัน

ผมมีเพื่อนผมชื่อเจม ผมกับเจมสนิทกันพอสมควร ด้วยความที่เจมเป็นคนโดนเพื่อนแกล้งตั้งแต่ประถมยันมัธยม มันเลยกลายเป็นคนเก็บตัว เงียบขรึมไปนานพอสมควร พอผมดึงเจมมาอยู่ในกลุ่ม สีหน้าเจมดูสดใสขึ้นชัดเจน แล้วมันก็กล้าที่จะเปิดอกคุยกับ

ผมมากขึ้น ไว้ใจมากขึ้นว่าผมจะไม่แกล้งมันเหมือนที่ใครๆ ทำกับมัน พอมันอยู่ในกลุ่มผม มันรู้สึกว่าตั้งแต่คบกับมันมา มันปลอดภัยที่สุดเมื่อมันอยู่กับผม แต่มันไม่ค่อยกล้าพูดเรื่องพ่อแม่มันเท่าไหร่ เพราะผมทราบเรื่องเจมจากต๊อบ เพื่อนในกลุ่มอีกคน

บอกว่า ครอบครัวมันเป็นคนจีน ค่อนข้างระเบียบจัด มันเป็นคนเรียนได้ 3.5 กว่าๆ ซึ่งตอนเข้ามหาลัย และกดดันมันมากเนื่องจากมันเป็นพี่คนโตของบ้าน พ่อแม่ค่อนข้างคาดหวังว่าลูกต้องได้เกรด 4 ทุกวิชา ถ้าไม่ได้พ่อแม่มันจะขายหน้ามาก และทุกครั้งที่พ่อ

แม่คุยกับใคร จะคุยกันในกลุ่มญาติพี่น้องชอบอวดว่าลูกหลานดีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พ่อแม่มันกลับไม่ภูมิใจในตัวมันเลยสักครั้งเดียว
เพียงเพราะมันไม่ได้ดังใจพ่อแม่เลยสักครั้ง แล้วทุกครั้งทั่ไม่ได้ดังใจพ่อแม่ พ่อแม่มักจะด่าทอ ตบตีมันด้วยคำพูดรุนแรง รวมทั้งขุดเรื่องที่มันเคยโดนเพื่อนแกล้งว่ามันอ่อนแออย่างนั้นอย่างนี้ว่า

มีลูกปัญญาอ่อนแบบนี้เสียข้าวสุก ปัญญาอ่อนแม้กระทั่งปล่อยให้คนอื่นมารังแกได้
ผมไม่เห็นด้วยเท่าใดนักที่พ่อแม่เจมเลี้ยงดูเจมแบบนี้ ผมละสงสารมันมาก แม้แต่จะมาค้างที่หอพักมันก็ทำไม่ได้เลย มันจะมา

ตัดพ้อเรื่องพ่อแม่กับพวกผมบ่อยครั้ง แต่คำตัดพ้อของมันทำให้ผมใจไม่ดีเลย

“กูตายๆ ไป มันจะดีขึ้นไหมวะ กูไม่ไหวแล้วว่ะ”
“ทำไมมึงคิดแบบนี้วะเจม มึงยังมีพวกกูอยู่นะเว้ย”
“ถ้ากูตายไปนะ กูอยากตายๆ ให้รู้แล้วรู้รอดไป พ่อแม่กูจะได้ไม่ต้องเอากูไปด่า เอาไปอวดกับลูกคนอื่น พอกูไม่ได้ดังใจก็ด่ากู

อย่างเดียว กูเลือกเกิดได้ไม่อยากเกิดในบ้านแบบนี้ว่ะ”
“มึงระบายมาได้นะ กูรู้มึงอึดอัด แต่มึงอย่าเพิ่งคิดสั้นเลยนะเว้ย”

“กูไม่ได้คิดสั้น ถ้ากูทำอะไรไป แปลว่ากูคิดดีแล้วที่ทำแบบนี้”
ผมใจคอไม่ดีเลยเรื่องมัน ผมหวังว่าสิ่งที่มันคิดดีแล้ว มันจะไม่ทำชั่ววูบกับใครนะ ผมกลัวเป็นอย่างนั้นจริงๆ เจมโชว์ใบรับรอง

แพทย์ที่มันไปพบจิตแพทย์มาให้ผมกับต๊อบดู เจมบอกว่าไม่รู้เขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน ถ้ามีอะไรรุนแรงแบบนั้นมันพร้อมไปแน่นอน เมื่อหมอลงความเห็นว่ามันเป็นซึมเศร้าด้วย

“มึงนึกถึงหน้าพ่อแม่มึงไว้เจม ถ้าพ่อแม่เขารู้เขาต้องเสียใจแน่ๆ เอางี้ถ้าอึดอัดมากให้กูช่วยพูดกับพ่อแม่มึงให้ไหมวะเจม เผื่อกูช่วยอะไรมึงได้”

“อย่าเลยต๊อบ พ่อแม่กูไม่สนอะไรหรอก ชีวิตกูพังมามากแล้ว กูไม่อยากให้เขา Control กูแบบนี้แล้วว่ะ”
ฟังคำพูดมันก็สะเทือนใจผมมากเลยนะ กว่ามันจะผ่านอะไรมา ผมรู้เลยว่ามันต้องช้ำมากกว่าจะผ่านไปแต่ละวัน แต่ละวันที่

ยาวนานมันต้องเจ็บปวดมากๆ เลยล่ะ ผมได้แต่หวังว่ามันจะไม่ทำแบบนั้น ผมกลัวใจมันจริงๆ ผมปลอบใจมันหวังให้มันรู้สึกดีขึ้น เท่านั้นเอง ช่วงนั้นผมกับต๊อบเป็นเพื่อนซี้มันเพียงกลุ่มเดียว เวลาผ่านไปหลายอาทิตย์

แล้ววันหนึ่งตอนกลางคืนประมาณสี่ทุ่ม มันมาที่หอผม มันก็พูดคุยตามปกติ สีหน้ามันเหมือนมันสดชื่นขึ้น ผิดจากเจมคนเดิม ต๊อบมันก็แปลกใจเหมือนกันว่าเจมดูดี๊ด๊าแปลกๆ ร้อยวันพันปีมันไม่เคยร่าเริงเหมือนเมากัญชามาก่อน จนผมถามมันไปว่า ทำไมมันดูสดใสจังวะ มันตอบว่า

“กูไม่ต้องโดนพ่อแม่บังคับชีวิตกูแล้วล่ะเอิร์ธ”
“ยังไงวะมึง”
“กูเป็นอิสระแล้วว่ะ กูจะได้ไปที่ชอบๆ สักที”

เดี๋ยวนะ…ไปที่ชอบๆ ในความหมายของมันคืออะไรวะ ผมละงงกับมันจริงๆ ว่าทำไมมันถึงพูดแบบนี้ออกมา ส่วนต๊อบมันก็บอกว่า ให้มันไม่อมเครียดก็ดีแล้ว มันจะได้ร่าเริงสักทีตั้งแต่คบกันมา มันหน้ายิ่งเป็นตูดลิงง่ายๆ

อยู่ แต่ก็ถูกของต๊อบมันเรื่องเจม ผมเลยไม่ได้เอะใจอะไร มันมานั่งกับผมได้สักประมาณตีสามมันขอตัวกลับก่อน ต่างคนต่างแยกย้าย ส่วนผมต้องขอไปหลับก่อน บ่ายสองมีสอบควิซด้วย

วันรุ่งขึ้น…ผมตื่นมาแบบงัวเงีย และสอบควิซด้วย ถ้าใครไม่สอบถือว่าเสียคะแนนเลยล่ะ แต่งงว่าเจมไม่มา ปกติมันไม่เคยขาดสอบเลยนี่หว่า มันเรียนเก่งมาก เก่งชนิดที่ว่าขาดสอบคือเรื่องใหญ่เลย แล้วผมเห็นพ่อแม่เจมมันนั่งร้องไห้กับอาจารย์ที่ปรึกษาของผมชั้นล่าง ทั้งผมและต๊อบแอบฟังกัน

เราฟังแล้วช็อกในสิ่งที่แอบฟังมาก พ่อแม่เจมบอกว่าลูกชายตัวเองผูกคอตายเมื่อวาน พ่อเล่าให้ฟังว่าที่บ้านทะเลาะกันรุนแรง พ่อด่าทอเจม แล้วแม่ซ้ำเติมเจมเข้าไปอีก เจมขึ้นไปชั้นสองแล้วเงียบไปเลย แต่เงียบแปลกๆ

จนแม่มันเรียกเจมมากินข้าว เจมไม่ตอบรับเลยจนแม่ต้องให้พ่อพังประตู พบว่ามันตายมาได้สองชั่วโมงแล้ว ช่วงที่พบศพตอนนั้นเป็นช่วงเวลาสี่ทุ่มที่พ่อแม่เพิ่งมาเห็นศพ มันผูกคอตายที่ระเบียงบ้านของมัน แล้วทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ข้างศพว่า

“ชีวิตผมพังมากแล้ว ผมขอเป็นอิสระกับชีวิตผมบ้างนะครับ”
พ่อแม่มันร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิด ไม่น่าทำแบบนี้กับลูกตัวเองเลย ไม่น่าใส่อารมณ์ใส่ลูกตัวเองเลย กว่าจะรู้ตัวว่าทำไปแล้วก็สายเกินไป แต่ก็น่าสงสารมันนะที่มันเป็นลูกคนโตของบ้าน

มันถูกบีบหลายด้านจากพ่อแม่มันก็ไม่น้อย แต่ผมได้แต่หวังว่าเรื่องที่ผมได้ยิน อย่าให้ใครหลายคนลงเอยเรื่องร้ายๆ มีบาดแผลในใจ และเจอพ่อแม่แบบเดียวกับเจมเลย อดที่จะหดหู่ไม่ได้เลยทั้งผมและต๊อบหันมองกัน ร้องอุทานลั่นมากด้วยความช็อก แล้วเมื่อคืนตอนสี่ทุ่มใครมาหาเราวะ?

 

โรงเรียนบ้านกล้วย